Surtur (Earth-616) – บิดาแห่งอสูรยักษ์เพลิง ราชันย์แห่ง Muspelheim

เปลวเพลิงนิรันด์และคมดาบ….. โอดิน เจ้าได้ยินเสียงเหล่านั้นหรือไม่? เจ้าซึ่งเอาแต่พูดถึง พลัง พลัง… ณ ตอนนี้ จงสัมผัสถึงอำนาจที่เต็มไปด้วยเกรียติของข้า Surtur!

SURTUR [Thor Vol 1 #352]

Surtur (เซอร์เทอร์) จาก Earth-616 บิดาแห่งอสูรยักษ์เพลิง ศัตรูตัวฉกาจของ Odin และ Thor

ประวัติ

อสูรยักษ์เพลิง Surtur ถือกำเนิดในมิติดินแดนที่เรียกว่า Muspelheim 1 ใน 9 มิติดินแดน ที่ถูกเชื่อมกับมิติดินแดนอื่นภายใต้ต้นไม้แห่งโลก หรือ Yggdrasil โดยราชาแห่งอสูรเพลิงตัวนี้ถูกกล่าวครั้งแรกใน Journey into Mystery #97 ในขณะที่เค้ากำลังนั่งคิดแผนทำลายล้างเทพ

First appearance of surtur

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เหล่า Troll ได้เข้าร่วมกับ Surtur นั้น Odin ซึ่งได้ข่าว ได้บุกไปยังดินแดนของเค้า และ โชว์เทพปราบเหล่า Troll ด้วยการปักดาบลงสู่พื้นปล่อยคลื่นพลังขับไล่เหล่า Troll และ เข้าเผชิญหน้ากับอสูรเพลิงตนนี้

เมื่อไปถึงที่ที่อสูรเพลิงพำนักอยู่ เค้าก็ได้โผล่ขึ้นมาจากแมกม่าอันร้อนระอุ เพื่อเผชิญหน้ากับ Odin และทำการจู่โจม Odin ทันทีด้วยการเปลี่ยนมือของเค้าให้กลายเป็น อสรพิษ 5 หัว แต่ก่อนที่ Odin จะถูกโจมตี Odin ได้ใช้ดาบของตนดึงพลังเรียกหมู่ดาวตกลงมาโจมตี Surtur ทำให้เหล่าหัตถ์อสรพิษของเค้านั้นสิ้นฤทธิ์

หลังจากการเผชิญหน้ากันทำให้ Surtur รู้ว่า ตัวเค้านั้น ไม่สามารถทำอะไร Odin ได้ เค้าจึงเปลี่ยนจุดมุ่งหมายไปเป็นการทำลาย Midgard แทน โดยการพุ่งเข้าไปที่แกนกลางของโลกผ่านต้น Yggdrasil และทำการปล่อยพลังแห่งสสารพุ่งออกมา ซึ่งสสารนั้นได้กลายมาเป็นดวงจันทร์ในเวลาต่อมา

แต่ทันใดนั้น Odin ก็ได้ใช้พลังของเค้าทำการสร้าง สะพานสายรุ้ง หรือ สะพาน Bifrost ขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่าง Asgard กับ Midgard และเดิ นทางไปยัง Midgard ทันที จากนั้น Odin ก็ได้ใช้ดาบของเค้าดึงพลังสนามแม่เหล็กทำให้ โลกนั้นหมุน ซึ่งเป็นที่มาของโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ และ ขัง Surtur ไว้ที่แกนกลางของโลก โดยใช้พลังงานของ Surtur นั้นให้ความร้อนแก่โลกนั่นเอง

หลังจากนั้นมา เพื่อที่จะหวังว่าจะได้ถูกปลดปล่อยจากการถูกกักขังไว้ที่แกนกลางของโลก Surtur ได้ส่งบรรณนาการให้กับ Odin เป็น ม้าบิน โดยส่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟ [Journey into Mystery #99]

Odin faces Surtur
trapping Surtur deep within the planet

First Aesir/Vanir War

ในอดีตกาล มีอยู่วันหนึ่ง Odin ได้พยายามที่จะรวบรวมเผ่า Aesir และ Vanir ให้เป็นเผ่าเดียวกัน Freyr ผู้นำเผ่า Vanir ในขณะนั้น ก็ไม่คิดที่จะยอม Odin เพราะคิดว่า Vanir และ Aesir ต่างเผ่าต่างมีอิสระต่อกัน ทำให้ทั้งคู่เกิดปากเสียงกัน โดย Odin จะให้เวลา Freyr ในการให้คำตอบ

ในตอนดึกของคืนนั้น Freyr ได้ออกเดินทางไปยัง Muspelheim เพื่อไปพบกับ Surtur และขอรับพลังเพื่อต่อต้าน Odin ทำให้เกิดสงครามระหว่างเผ่า Aesie และ Vanir มาเป็นเวลาเนิ่นนาน จนกระทั่ง Freyja หรือ Frigga บุตรสาวของ Freyr ได้ทำการอภิเศกสมรส กับ Odin ทำให้สงครามจบลง [Mighty Thor #18]

Freyr face with Surtur
Freyr begin war with odin
Odin and Freyja was married

Ragnarok

มหาสงคราม Ragnarok ซึ่งเป็นสงครามที่ก่อให้เกิดวัฎจักร เวียนว่ายตายเกิดของเหล่าเทพ แบบไม่มีที่สิ้นสุด

ซึ่งในมหาสงครามนี้ Surtur ได้ถูกกำหนดให้เป็นคนที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างทั้ง Asgard และ Midgard จนพินาศ และทำให้ปฐพีจมลงสู่ทะเลหายสาบสูญไป จนเหลือแต่ต้นไม้แห่งโลก Yggdrasil และมนุษย์คู่นึงที่แอบอยู่บนต้น Yggdrasil [Thor #200]

Destiny of Surtur in Ragnarok

Freedom of Surtur

ในตอนที่ Odin ได้ทราบว่า Thor กำลังตกหลุมรัก Jane foster อยู่นั้น Odin ผู้ซึ่งไม่เห็นด้วยก็ได้ทำการปรึกษากับ Loki โดย Loki เองก็ได้ทำการไซโค Odin ว่า ให้ Odin ลงไปหา Thor ด้วยตัวเอง เพื่อไปขัดขวางความรักของ Thor ซึ่ง Odin เองก็ได้เห็นดี เห็นงามกับ Loki เลยตัดสินใจที่จะเดินทางไปด้วยตัวเอง และ ระหว่างนั้น ดันสั่งให้ Loki เป็นผู้ปกครอง Asgard ไป

ตัว Loki เอง ซึ่งวางแผนร้ายไว้ตั้งแต่ตอนที่ Odin มาปรึกษา ก็ได้เริ่มดำเนินแผนที่ตัวเองวางไว้คือ

  1. อันดับแรก เค้าจะปลดปล่อย ยักษ์น้ำแข็ง Skagg จาก Circle of flame ที่ Odin ได้ทำการขังไว้
  2. ต่อมา เค้าจะทำลายมนต์สะกดของ Odin ที่ทำการขัง Surtur ออกจากส่วนที่ลึกที่สุดของโลก

และได้ทำการบุกไปยังโลก เพื่อให้ทั้ง 2 จัดการกับ Odin โดย Surtur ได้ทำการห่อหุ้มตัวเองด้วยเปลวเพลิงอนันต์ และมุ่งไปยัง อาร์กติก เพื่อที่จะทำการละลายน้ำแข็งทั้งหมดให้น้ำท่วมโลก โดยก่อนที่เค้าจะพุ่งชนก้อนน้ำแข็งยักษ์ ก็ถูก Thor ที่ใช้พลังจากดาบของ Odin ส่ง Surtur พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแทน และ ถูกส่งไปยัง Galaxy อื่นที่เต็มไปด้วยอนุภาคแม่เหล็ก และ ยึดตัวเค้าไว้อยู่กับดาวใน Galaxy นั้น [Journey into Mystery #104]

Loki plan to freed Surtur from imprisoned
Surtur will melting the ice
Surtur imprisoned in magnetic particles galaxy

Spell of Fire and Ice

Surtur ถูกอัญเชิญมายังโลกอีกครั้งพร้อมกับ Ymir โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “Son of Satannish” โดย Ymir ได้ทำการบุกโจมตี Wakanda โดยมี Black Panther และ Vision รับมือ ส่วนตัว Surtur เองนั้น ได้บุกสร้างความหายนะที่แถบ Antarctica โดยมี Black Knight และ Hawkeye รับมือ

สุดท้ายในขณะที่ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังปล่อยพลังจู่โจมเหล่า Hero ที่รับมือ Dr.Strange ได้ใช้พลังเวยท์ของเค้าผ่าน Crystal of Satannish วาร์ป Ymir ไปยังที่ Surtur อยู่ ทำให้พลังของทั้งสองโจมตีกันเอง ซึ่งพลังของทั้งสองนั้นอยู่ในระดับที่ทำลายโลกได้ ผลก็คือพลังหักระเบิดล้างกันเองจนทั้งสองสลายหายไป [Avengers #61]

Surtur summoned to Earth together with Ymir
Surtur and Ymir were about to strike

Invasion of Asgard

มีอยู่ครั้งนึง Loki ได้ทำการยึด แหว่นแห่งโอดิน หรือ Odinring อีกทั้งยังส่ง Odin เข้าไปยัง Odinsleep แถมยัง ขึ้นปกครอง Adgard แทน Odin ซึ่งก็ทำให้เกิดสงครามภายในขึ้นระหว่าง Thor และ Loki

แต่ความวุ่นวายใน Asgard ก็ถูกขัดด้วยการมาของ Surtur ที่หลุดจากการจองจำของ Odin เพราะ เวทย์ที่ Odin ร่ายไว้ผนึกนั้นอ่อนพลังลงจากการที่ Odin ถูกส่งเข้าไปอยู่ใน Odinsleep

โดยหลังจากการกลับมาของเค้านั้น สิ่งแรกที่เค้าต้องการคือ การทำลาย Asgard ให้พินาศ และ ทำลายจักรวาลทิ้ง โดยเค้าตรงดิ่งมายัง Adgard และเริ่มทำลายเมืองด้วย พายุเปลวเพลิง

เมื่อ Loki และชาว Adgard คนอื่น สัมผัสได้ถึงการมาของ Surtur แล้วนั้น Loki ก็ได้สั่งให้ Thor ไปหยุดยั้ง Surtur แต่ไม่มีใครฟังคำสั่งของ Loki แล้ว ทำให้ Loki หลบหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว

ในระหว่างที่ Thor และ กองทัพ กำลังรับมือกับ Surtur เค้าก็ได้สั่งให้ Balder และ Sif ไปปลุก Odin ออกจาก Odinsleep จนในที่สุด Odin ก็ได้กลับมา

ในขณะที่ Thor และกองทัพ กำลังเพลี่ยงพล้ำ Odin ก็ได้มาถึงสนามรบ และสามารถใช้พลังเวทย์ของเค้าสูบ Surtur ลงธรณีและกักขังไว้ได้อีกครั้ง [Thor #176Thor #177]

Surtur freed himself
Loki command Thor to defeat Surtur
Odin arrives and banishes Surtur back to his realm

Beta Ray Bill

มีอยู่วันนึง ประตูมิติที่เชื่อมต่อกับ Muspelheim ดันเปิดขึ้นใกล้กับดาว Korbin ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาว Korbinites (ดาวที่ Beta Ray Bill หรือ ธอร์หัวม้า อาศัยอยู่)

Surtur เล็งเห็นว่าดาว Korbin ซึ่งเป็นดาวที่อยู่ใน Galaxy ที่ลุกไหม้ตลอดเวลา เหมาะกับการที่จะนำเอาแกนกลางของดาวมาตีเป็นดาบ เค้าจึงได้ส่ง ปีศาจเพลิง บุกจู่โจมดาว จนดาว Korbin ล่มสลาย และ เค้าก็สามารถทำดาบประจำตัวของเค้าได้สำเร็จ นั่นก็คือดาบ Twilight ซึ่งเป็นดาบที่เค้าจะไว้ใช้ในมหาสงคราม Ragnarok [Thor #337]

Surtur attack planet korbin

Invasion of Midgard

หลังจากที่ Surtur ได้ตระเตรียมทำการหลอมดาบ Twilight ทางด้าน Malekith ก็ได้ใช้ Casket of Ancient Winters หรือ หีบศพเหมันต์ เล่นงานไปทั่วจักรวาล ทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความหนาวเหน็บ เต็มไปด้วยพายุหิมะ ซึ่งผลจาก หีบศพเหมันต์ นี้ ทำให้ ประตูที่เชื่อมมิติระหว่าง Muspelheim กับ โลกนั้นถูกแช่แข็ง

Surtur ได้ใช้ดาบ Twilight ของเค้าทำลายประตูมิตินั้น และได้บุกไปยังโลก โดยทางฝั่งของ Asgard ก็ได้ส่ง Thor มารับมือ แต่นั่นคือแผนที่ Surtur วางไว้ โดยจุดประสงค์หลักจริงๆของเค้าคือการใช้ สะพาน Bifrost ที่เชื่อมต่อระหว่างโลกและ Asgard บุกไปยัง Asgard [Thor #343346]

Surtur reforged the Twilight Sword to begin his plans of conquest
Surtur success reforge twilight sword
Surtur cross rainbow bridge from midgard to asgard

Heimdall เป็นด่านแรกที่ได้รับมือกับเค้า ซึ่งเค้าก็สามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ และ โจมตีจน Heimdall ร่วงลงจากสะพาน Bifrost แต่โชคดีที่ Thor ตามมาทันและช่วยเค้าเอาไว้ได้

หลังจากนั้น Thor ก็ได้เข้าประมือกับ Surtur แต่ก็ไม่อาจปราบเค้าได้ ทำให้ Odin ต้องออกมารับมือกับเค้าด้วยตนเอง โดย เค้าและ Odin ได้เข้าปะทะกัน ต่างฝ่ายต่างซัดพลังใส่กัน จนสะเทือนไปทั่วทุกมิติ

แต่สุดท้าย Surtur ได้ใช้พลังของ หีบศพเหมันต์ ซัดพลังเยือกแข็งเข้าใส่ Odin และจับ Odin แช่แข็งไว้ และตรงเข้าไปหา เปลวเพลิงนิรันด์ ที่ Odin ได้ดึงออกมาจากตัวเค้าเมื่อนานมาแล้ว เพื่อใช้ดาบของเค้าดึงพลังกลับไป แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น [Thor #350]

Surtur defeat Thor
Odin was freezed by casket of Surtur
Surtur find ethernal flames

ขณะนั้น Loki ที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็ได้เปิดเผยว่า ความจริงแล้ว เปลวเพลิงนิรันด์ที่ Surtur เห็นอยู่นั้น เป็นภาพลวงตาที่ Loki สร้างขึ้น และได้เข้าต่อสู้เค้า โดย Loki เป็นฝ่ายไล่ต้อน Surtur จนกระทั่ง Surtur ฟาดงวงฟาดงาไปจนเจอ เปลวเพลิงนิรันด์ที่ซ่อนเอาไว้

ในระหว่างนั้นตัดกลับมาที่โลก Roger Wills และ Human Torch สามารถนำ หีบศพเหมันต์ กลับคืนมาได้ และสามารถหยุดปรากฏการณ์ความหนาวเหน็บได้ นั่นทำให้ Odin ที่ติดอยู่ในน้ำแข็งนั้น หลุดออกมาด้วย

Odin, Thor และ Loki ได้ผนึกกำลังกันสู้กับ Surtur ต่อ โดยระหว่างการต่อสู้นั้น Odin ได้เสียท่าตกลงไปยังหุบเหวที่เชื่อมต่อกับ Muspelheim พร้อมกันกับ Surtur และถูกผนึกไว้อยู่ที่ดินแดนแห่งนั้น ทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดสงบลง [Thor #353]

Loki and Surtur battle, with Loki leading a merry chase
Odin, Thor and loki face off against Surtur
Odin was release from frozen
Surtur and Odin grapple to the last, falling into the chasm of Muspelheim

อย่างไรก็ตาม Odin ก็ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งมอบพลังให้กับ Thor เพื่อที่จะไปต่อสู้กับ Surtur ในศึกถัดไป ซึ่งการต่อสู้กันครั้งนี้ ได้สะเทือนไปในทุกๆมิติ ทุกพื้นที่ จน Thor สามารถเอาชนะได้ในที่สุด

สุดท้าย Odin ก็ได้มาถึง และตัดสินใจว่า การจะผนึกอสูรเพลิงตนนี้ได้ ต้องอาศัยพลังที่กล้าแกร่ง ซึ่งก็คือตัวเค้าเอง และทำการดูด Surtur เข้ามาผนึกในร่างกายของเค้า [Thor #400]

Thor battled Surtur across time and space
Surtur was prisoned in Odin body

Surtur Vs. Ymir

ในตอนที่ Ymir หลุดจากการคุมขัง Surtur ได้ปลอมตัวเป็น Odin ได้หลอก Heimdall เกี่ยวกับมหาสงคราม Ragnarok ว่า ภัยอื่นๆจากคำทำนายได้ถูกปราบลงหมดแล้ว เหลือแต่ Ymir จาก Jotunheim เท่านั้นที่จะบุกดินแดน Asgard และปลุกใจให้ Heimdall นำกองทัพออกไปปราบ Ymir [Thor #422]

ในระหว่างที่ Heimdall เดินทางออกไปปราบนั้น Surtur ก็ได้เผยร่างของตัวเองว่าไม่ใช่ Odin ต่อหน้า Vizier และปลดปล่อย Vizier ออกจาก Crytal และบอกว่า ได้เวลาเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงของเค้าแล้ว จากนั้นเค้าก็ได้เข้าไปต่อสู้กับ Ymir แถมยังกู่ร้องว่า ข้าสู้เพื่อ Asgard! [Thor #424]

Surtur disguised himself as Odin
Odin transformed into Surtur, and fought Ymir[

ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กัน Thor ก็ได้กลับมายัง Asgard พร้อมกับ Hercules และ Eric (Thunderstrike) โดย Vizier ก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมทั้ง บอกว่า ดาบ Twilight นั้นถูกผนึกอยู่ที่ ทะเลแห่งราตรีนิรันด์ (เป็นมิติที่การไหลเวียนของเวลาเร็วมากๆ ใครที่เข้าไปจะมีอายุผ่านไปเป็น พันๆปี) ซึ่ง Odin นำไปผนึกไว้ โดย Thor ก็คิดว่าการที่จะเอาชนะปีศาจสองตนนี้ได้ จำเป็นจะต้องมีดาบนี้ ดังนั้น Thor ได้ทำการตัดสินใจที่จะไปเอาดาบ

ในขณะที่ Thor กำลังเดินทาง ทะเลแห่งราตรีนิรันด์ นั้น Hercules, Leir และ Caber ก็ได้ออกไปถ่วงเวลา Surtur และ Ymir เอาไว้

ทางด้าน Thor ที่โดนมิติเวลาเล่นงานอีกทั้งยังมีปีศาจประจำมิติเล่นงานเค้า ทำให้ Thor นั้นพลาดท่า ทำให้ Eric ตัดสินใจตัดสินใจที่จะเข้าไปช่วย ทำให้ Thor สามารถเข้าถึงตัวดาบได้

จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ออกมายังสนามรบ แต่ Thor กลับโดนเล่นงานจาก Ymir จนไม่สามารถหยิบค้อนได้ เมื่อเห็นดังนั้น Eric จึงทำการจับค้อนและจับมือกับ Thor จนรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ Thor สามารถลุกขึ้นมาต่อกร และสามารถใช้ดาบ Twilight ล่อให้ทั้งสองมาแย่งชิงกัน และ ใช้ค้อน Mjolnir ทำการวาร์ปทั้งสองไปยัง ทะเลแห่งราตรีนิรันด์ เพื่อกักขังทั้งสองไว้ตลอดกาล [Thor #425]

Vizier told Thor about twilight sword
Eric bridges Thor and Mjolnir, and is re-merged with Thor
Eric Masterson made a fateful sacrifice
Thor transports them both into the Sea of Eternal Night

Return of Surtur

ในประเทศ ์Norway ชายคนหนึ่งมีนามว่า Sven ได้ค้นพบเหรียญห้อยคอซึ่งมีสัญลักษณ์ของ Surtur ซึ่งติดมากับอวนจับปลา ตอนที่เค้ากำลังจับปลาอยู่

เมื่อเรือกลับมาเทียบท่า ได้มีนายท่าเรือมาตรวจเรือ แต่กลับพบว่า ทุกคนที่อยู่บนเรือลำนี้ เสียชีวิตหมดแล้ว พร้อมกับปรากฎว่า ชายที่ชื่อ Sven กำลังโดนเหรียญนั้นครอบงำ เพื่อไปทำพิธีอะไรสักอย่าง

Sven found a medallion with connections to Surtur
Sven stepped into a bonfire and was transformed into a fire demon

หลังจากที่เค้าได้รวบรวบพลสำเร็จ เค้าก็ได้ทำพิธี โดยการจุดไฟให้ลุกโชนในบริเวนนั้น พร้อมทั้งเดินเข้าไปในเปลวไฟ จนสุดท้าย เค้าได้เดินกลับออกมาและได้กลายมาเป็น Fire Demon จนสุดท้ายก็สามารถอัญเชิญ Surtur ออกมาได้สำเร็จ [Thor Vol 2 #37] และได้เข้าควบคุมชาวบ้านที่มาทำพิธีร่วมกับเค้าทั้งหมด [Thor Vol 2 #38]

จากนั้น เค้าก็เริ่มทำลายล้าง โดยเริ่มจากการทำลายท่าเรือในแถบชายฝั่ง Norway ซึ่งเหล่า Hero รวมถึง Thor และ Thor Girl ก็ได้ออกมารับมือกับอสูรเพลิงและสมุนของเค้า แต่พลังก็ยังไม่พอที่จะปราบเค้าลงได้ จนสุดท้าย Odin ก็เป็นคนจัดการพร้อมกับเสียสละชีวิตของตัวเอง [Thor Vol 2 #40]

Surtur took control of his village
Surtur battled Thor and his allies across Norway.
Surtur was defeated by Odin who also fell in battle.

The Final Ragnarok

ใน Event Ragnarok Loki ซึ่งตอนนั้นต้องการหาแร่ และเหล่าคนแคระ นั่นก็คือ Brox, Buri และ Ertri ที่จะสามารถสร้างอาวุธที่จะสามารถสังหารเหล่าเทพได้ คนแคระทั้งสามรู้ถึงข่าว พวกเขาจำต้องออกจากที่ซ่อน พร้อมกับแร่ เพื่อที่จะหาที่ๆปลอดภัยจาก Loki แต่ด้วยอุบัติเหตุ ทำให้แร่นั้นตกลงไปในแม่น้ำ และเหล่าคนแคระได้เสียชีวิต

Loki ได้ใช้แร่ที่ตกลงไปนั้น นำไปให้กับ Surtur เพื่อทำการตีอาวุธ โดยการตีอาวุธของเค้านั้น ได้สะเทือนไปจนถึง Mir-Kaul ที่ที่เหล่าเทพได้มาเคารพศพของเหล่าคนแคระ

Thor ที่รู้ดังนั้นก็ได้พุ่งหมายไปจัดการกับ Surtur แต่กลับโดนโจมตีโดย Loki และกองทัพยักษ์ หลังจากนั้นเรื่องราวก็เกิดขึ้นตามวัฏจักรของ Ragnarok [Thor Vol 2 #80]

แต่ Thor ผู้ซึ่งได้แขวนคอตายที่ใต้ต้นไม้แห่งโลกเพื่อรับรู้ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะหยุดวัฏจักรของ Ragnarok หลังจากที่เค้ากลับมาจากการรับรู้ เค้าก็ได้ปะทะกับ Loki และทำการดึงหัวของ Loki จนหลุดออกมา และเดินทางไปหา Surtur เพื่อให้ตีค้อน Mjolnir ของเค้าขึ้นมาใหม่ โดยแลกกับ เปิดทางสู่วัลฮาล่าให้แก่กองทัพของอสูรเพลิง ซึ่งทั้งสองก็ทำตามสัญญากันและกัน

สุดท้าย Thor ได้มาทำลายด้ายแห่งชะตาชีวิตของเหล่าทวยเทพใน Asgard ขณะที่กำลังจะทำลาย เหล่า Those Who Sit Above in Shadow ซึ่งเป็นเทพผู้อยู่เหนือเทพก็ได้ออกมาห้าม Thor และเสนอให้เค้าขึ้นเป็นพวกเดียวกัน แต่ Thor หาได้สนใจไม่ Thor ทำการสะบั้นด้ายจนขาด เพื่อหยุดวัฏจักรทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้น [Thor Vol 2 #85]

Loki took to Surtur who created multiple hammers like Mjolnir
Thor went to Surtur, and in exchange for him reforging Mjolnir

Everything Burns

ใน Event Fear It Self นั้น Loki ที่ได้เกิดใหม่ในร่างเด็กต้องการที่จะหยุดยั้งการทำลายล้างของ Serpent นั้น ได้ทำการไปที่มิติ Limbo เพื่อไปหา Surtur และทำข้อตกลงกับเค้า ว่า จะปลดปล่อยเค้าที่ Asgard แลกกับ ชิ้นส่วนของดาบ Twilight

หลังจากได้ Shadow of Twilight มา Loki ก็ได้ใช้ชิ้นส่วนนี้ในการเขียนประวัติศาสตร์ของ Serpent ขึ้นมาใหม่ให้มีจุดอ่อนขึ้นมา หลังจากนั้น Loki ก็ได้ทำการปลดปล่อย Surtur ภายใน Dark Asgard ที่ Serpent สร้างขึ้น และ ปล่อยให้เค้าทำลาย Dark Asgard ทิ้งไป

หลังจากที่ทำลาย Dark Asgard แล้วนั้น เค้าก็ได้กลับมายังบ้านของเค้า นั่นก็คือ Muspelheim [Journey into Mystery #629631]

Loki went to Limbo and made a deal with Surtur
After destroying Dark Asgard, Surtur returned home to Muspelheim

ต่อมา Surtur ได้มีการทำข้อตกลงกับ Manchester Gods เมืองแห่งหนึ่งที่อยู่ใน OtherWorld โดย เค้าจะมอบพลังให้แก่เมืองจากพลังงานเปลวเพลิงแห่ง Muspelheim แลกเปลี่ยนกับทรัพยากรของ Manchester Gods ส่วนหนึ่ง นั่นก็คือ เทคโนโลยีของ Manchestoer Gods

จากนั้น เค้าก็ได้ทำการส่ง Leah ซึ่งเป็นผู้ส่งสารของเค้าไปยัง Vanir เพื่อทำการโน้มน้าวน้องสาวของ Freyja “Gullveig” ให้ต่อต้าน Asgardia และ ใช้ เทคโนโลยีของ Manchestoer Gods โจมตี Asgardia [Journey into Mystery #642]

*Leah นั้นมีที่มาจากใน Event Fear It Self ซึ่งตอนนั้น Loki จิ๋วได้ไปเจรจากับ Hela เพื่อฆ่า Serpent ซึ่ง Hela ได้เปลี่ยนมือข้างนึงของเธอ ให้กลายมาเป็น Leah ช่วย Loki ในการทำภารกิจต่างๆ (แต่ Leah ที่อยู่กับ Surtur นี้เป็นคนละคนกัน ซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจของ Loki ที่สร้าง Leah คนนี้ขึ้นมา)

Loki ได้เดินทางไปยัง Muspelheim และได้เผชิญหน้ากับ Leah และได้หลอก Leah ว่า เค้านั้นกำลังต่อต้าน ดินแดนทั้ง 9 อยู่ เพื่อให้เธอเชื่อใจเค้าและพาเค้าไปหา Surtur และทำทีเป็นทรยศ Thor ด้วยการปล่อยให้ Thor ร่วงลงไปในลาวาซะเลย (Loki ก็ยังเป็น Loki แม้ตอนนี้จะเป็นเด็กดีของพี่ Thor แล้วก็ตาม) [Journey into Mystery #643]

Loki tricked Leah and convinced Leah that he was working against the Nine Realms.
Loki betrayed Thor and let him plunge in the fires of Muspelheim

หลังจากนั้นเมื่อ Surtur ไว้ใจ Loki Loki ก็ได้หาโอกาสขโมยชิ้นส่วนของดาบ Twilight ออกมา จากนั้น Loki ก็ได้เดินทางไปหา Hela เพื่อขอให้เธอส่ง Loki กลับไปยังอดึตในช่วงที่กำลังเขียนประวัติศาสตร์ ซึ่ง Hela ก็ยอมส่ง Loki กลับไป

เมื่อกลับมายังอดึต Loki ก็ทำการเขียนประวัติของ Leah ขึ้นใหม่ ทำให้ Leah กลับมาเป็นคนดีอีกครั้ง หลังจากนั้น Loki ก็ได้กลับมายัง Muspelheim อีกครั้ง [Journey into Mystery #644]

ในขณะที่ Surtur กำลังโจมตี Loki นั้น Leah ที่ถูกเขียนประวัติขึ้นมาใหม่ก็ได้ใช้เวทย์มนต์เข้าช่วยเหลือ และได้ทำการต่อสู้กับ Sutur ร่วมกันกับ Thor และชาว Asgardia คนอื่น

ในขณะที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้น Loki และ Leah ก็ได้ใช้เวทย์มนต์ teleport ไปยัง Manchester Gods เพื่อไปพบกับ Master Wilson และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า Surtur นั้นต้องการที่จะใช้ Manchester Gods เชื่อมต่อกับดินแดนทั้ง 9 ที่ได้พลังงานจากดินแดงทั้ง 9 มาตลอดเวลา และ Surtur ต้องการที่จะปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดนั้นย้อนกลับไปทั้ง 9 ดินแดน ซึ่งจะส่งผลให้ ดินแดนทั้งหมดล่มสลาย

เมื่อได้ฟังดังนั้น Master Wilson ก็ได้ทำการเสียสละตัวเอง เพื่อทำลายเมืองต่างๆใน Manchester Gods ป้องกันไม่ให้แผนของ Surtur สำเร็จ

สุดท้าย Loki ได้กลับมาในสนามรบ พร้อมมอบชิ้นส่วนของดาบ Twilight ให้แก่ Thor เพื่อให้ Thor ใช้พลังของมันร่วมกับค้อน Mjolnir ในการปราบ Surtur ซึ่งสุดท้ายก็สามารถปราบเค้าลงได้ในที่สุด และได้ถูก Odin ที่โผล่มา ใช้พลังของเค้าส่ง Surtur ไปยังมิติอื่น [Mighty Thor #21]

Loki traveled to Otherworld and convinced the leader of the Manchester Gods
Thor was able to slay Surtur

Surtur Profile

ข้อมูลตัวละคร

  • ชื่อจริง : Surtur (เซอร์เทอร์)
  • นามแฝงอื่นๆ : Surtur the Fire Giant, Fire Giant [Marvel Atlas #1Norway’s entry], the Flame Giant [Thor #175], God of Fire [Thor #200], God of Flame [Thor #177] Red Lord [Journey into Mystery #640], Father of All Cataclysms Flame Colossus [Mighty Thor #20], First of the Fire Giants [Mighty Thor Vol 2 #22], Inventor of Flame [Mighty Thor Vol 2 #22] , Lord of Ragnarok [Mighty Thor Vol 2 #22]
  • ความสัมพันธ์ :
    • Fire Demons (เหล่าลูกหลาน)
    • Fire-Trolls (เหล่าลูกหลาน)
    • Laussa Odinsdottir (ลูกสาว)
    • Sindr (ลูกสาว)
  • สังกัด :
    • พันธมิตรกับ Malekith the Accursed, Ymir
    • อดึต Gullveig and Freyr’s Vanir
  • ฐานที่มั่น :
    • Himinbjörg, Bifrost, Asgard
  • Status
    • Identity : ตัวตนเป็นความลับ
    • สัญชาติ : Muspelheim
    • สถานะ : โสด
    • ประกอบสัมมาอาชีพ :
      • Monarch of Muspelheim
      • Destroyer
    • เพศ : ชาย
    • ส่วนสูง : 1,000 ฟุต (304.8 เมตร) สามารถ ขยายร่าง หรือ ย่อร่างได้
    • น้ำหนัก : ตามร่างที่ขยายหรือย่อ
    • สีตา : สีเหลือง ไม่มีลูกตาดำ
    • สีผม : สีแดงและเหลือง
  • Origin
    • ต้นกำเนิดพลัง : อสูรยักษ์เพลิงตนแรก
    • จักรวาล : Earth-616
    • สถานที่เกิด : Muspelheim, Asgard
    • ผู้สร้างสรรค์ตัวละครตัวนี้ :
      • Stan Lee
      • Jack Kirby
    • ปรากฎตัวครั้งแรก :
    • ปรากฎตัวครั้งสุดท้าย :

 Power and Abilities (พลังและความสามารถ)

Powers (พลัง)

พลังของ Surtur นั้นเปรียบเทียบได้ดั่งพลังของดวงอาทิตย์นับพันดวง แถมเค้ายังมีความรู้มากมายเกี่ยวกับภูมิปัญญาโบราณ และ ศาสตร์ลึกลับต่างๆ

  • Superhuman Strength – ความแข็งแกร่งของเค้านั้นไม่อาจจะสามารถที่จะประเมินได้ แข็งแกร่งทัดเทียมกับ Odin เลยทีเดียว
  • Living Flame – สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ทุกชนิด สร้างความร้อนให้แก่พื้นผิวโลกได้ทั้งใบ
  • Pyrokinesis – สามารถจัดการเปลวเพลิงได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นของศัตรู หรือ เปลวเพลิงธรรมชาติ
  • Cosmic Manipulation – สามารถจัดการพลังงานในระดับ Cosmic
  • Immortality – เค้าเป็นนิรันด์ ไม่มีวันดับสูญ สลายหายไปก็กลับมาใหม่ได้ ทำได้แค่ผนึกไว้เท่านั้น
  • Telekinesis – มีพลังจิตในการควบคุมสิ่งต่างๆ และมีโทรจิตที่สามารถใช้ติดต่อข้ามมิติได้

Weakness (จุดอ่อน)

  • ความเย็นในระดับจุดศูนย์สัมบูรณ์
  • เวทย์มนต์ปิดผนึกบางชนิด ที่สามารถกักขังพลังของเค้าได้ ดั่งเวทย์ของ Odin
Surtur Power_Grid
  • พลังของ Surtur นั้นทัดเทียมกับมหาเทพ Odin เลยทีเดียว สามารถ Teleport ข้ามมิติได้ เปลี่ยนแปลงสสาร ควบคุมเปลวเพลิงได้ทุกชนิด แถมยังเป็นอมตะ ไม่สามารถทำลายได้ ความฉลาดก็ไม่ได้แย่ จะแพ้เวทย์มนต์ผนึกและความหนาวเหน็บเท่านั้น
  • วิธีอ่านค่าพลังตามตารางความสามารถ

Paraphernalia (อาวุธยุทโธปกรณ์)

อาวุธ

  • Twilight Sword – หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Sword of Doom เป็นดาบประจำตัวของ Surtur ซึ่งเป็นดาบเวทย์มนต์ที่สามารถจัดการกับพลังงานรูปแบบต่างๆได้ เช่น การทำลายกำแพงมิติ หรือแม้แต่การยับยั้งพลังของ Odin และยิ่งถ้าดาบนี้ได้รับพลังของ เปลวเพลิงนิรันด์ แล้ว พลังของมันจะเพิ่มไปจนไม่สามารถวัดพลังได้

Notes (หมายเหตุ)

  • Surtur เป็นหนึ่งในตัวละคร ที่เข้าร่วมในการต่อสู้ระหว่าง Marvel และ DC ใน JLA/Avengers

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

4 × 2 =